CloudNurse กับระบบกระดาษ: เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย
เปรียบเทียบระบบดิจิทัล CloudNurse กับการจัดการแบบกระดาษในสถานดูแลผู้สูงอายุ ทั้งเรื่องเวลา ความแม่นยำ ความพึงพอใจของครอบครัว และต้นทุน
สถานดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังใช้ระบบกระดาษในการบันทึกการดูแล ตั้งแต่ใบบันทึกอาหาร บันทึกการให้ยา ไปจนถึงการนับของใช้ด้วยกระดาษตาราง คำถามคือ ทำไมต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิทัล?
การใช้เวลา: ต่างกันแค่ไหน?
ระบบกระดาษ
พนักงาน 1 คนต้องใช้เวลาเฉลี่ย 15-20 นาทีต่อผู้สูงอายุ 1 คน ในการบันทึกข้อมูลประจำวันและอัปเดตครอบครัว สำหรับสถานดูแลที่มีผู้สูงอายุ 30 คน พนักงานต้องใช้เวลารวม 7-10 ชั่วโมงต่อกะเฉพาะงานเอกสารและการโทรอัปเดตครอบครัว
CloudNurse
การบันทึกข้อมูลผ่าน CloudNurse ใช้เวลาเฉลี่ย 3-5 นาทีต่อผู้สูงอายุ 1 คน เนื่องจากมีแบบฟอร์มสำเร็จรูป การเลือกตัวเลือก และการบันทึกอัตโนมัติ รายงานครอบครัวส่งอัตโนมัติผ่าน LINE โดยไม่ต้องโทรอัปเดต สถานดูแลที่มีผู้สูงอายุ 30 คน ประหยัดเวลาได้ 5-7 ชั่วโมงต่อกะ
ความแม่นยำของข้อมูล
ปัญหาของระบบกระดาษ
- ลายมือที่อ่านยากหรืออ่านไม่ออก
- บันทึกหาย สูญหาย หรือเปียกน้ำ
- ข้อมูลไม่ตรงกันระหว่างกะ
- ไม่มีระบบแจ้งเตือนเมื่อลืมบันทึก
- ไม่มีการตรวจสอบข้อมูลอัตโนมัติ
ข้อได้เปรียบของ CloudNurse
- ข้อมูลชัดเจน อ่านได้ทุกคน
- บันทึกอยู่ในระบบคลาวด์ ไม่มีสูญหาย
- ข้อมูลอัปเดตเรียลไทม์ ทุกกะเห็นข้อมูลเดียวกัน
- ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรายการที่ยังไม่ได้บันทึก
- ลดข้อผิดพลาดจากการบันทึกซ้ำหรือตกหล่น
การติดตามของใช้: ปัญหาที่หลายคนมองข้าม
การติดตามของใช้เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุดของสถานดูแลไทย ครอบครัวนำของมาฝาก (ผ้าอ้อม ผ้าเปียก ยา อาหารเสริม) แต่ระบบกระดาษไม่สามารถติดตามการใช้งานได้อย่างแม่นยำ
ผลลัพธ์คือ:
- ของหมดโดยไม่มีใครรู้
- ครอบครัวสงสัยว่าของถูกใช้จริงหรือไม่
- พนักงานเสียเวลานับของด้วยมือ
- โทรบอกครอบครัวทีละคน
CloudNurse แก้ปัญหานี้ด้วยระบบติดตามของใช้แบบ 2 แหล่ง (dual-source) ซึ่งแยกบัญชีระหว่างของที่ครอบครัวฝากกับของที่สถานดูแลจัดให้ เมื่อของใกล้หมด ระบบจะส่งแจ้งเตือนอัตโนมัติถึงครอบครัวผ่าน LINE
ความพึงพอใจของครอบครัว
ครอบครัวสมัยนี้ต้องการความโปร่งใส ต้องการรู้ว่าคนที่รักได้รับการดูแลอย่างไร กินข้าวหรือยัง กินยาครบหรือไม่ ของใช้เหลือเท่าไหร่
ระบบกระดาษไม่สามารถตอบโจทย์นี้ได้ ครอบครัวต้องโทรถาม หรือรอจนกว่าจะมาเยี่ยม
CloudNurse ส่งรายงานอัตโนมัติผ่าน LINE ทุกวัน ครอบครัวเห็นข้อมูลทุกอย่าง ตั้งแต่มื้ออาหาร สัญญาณชีพ การให้ยา ไปจนถึงจำนวนผ้าอ้อมที่เหลือ สถานดูแลที่ใช้ CloudNurse รายงานว่าจำนวนสายโทรจากครอบครัวลดลงกว่า 70%
เรื่องต้นทุน
หลายสถานดูแลกังวลว่าระบบดิจิทัลจะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่เมื่อคำนวณเวลาที่ประหยัดได้ (5-10 ชั่วโมงต่อกะ) คิดเป็นต้นทุนค่าแรงพนักงานที่ลดลง ค่า CloudNurse จึงคุ้มค่าตั้งแต่เดือนแรกของการใช้งาน
พนักงานเรียนรู้ได้ไหม?
คำถามที่ผู้บริหารสถานดูแลถามบ่อยที่สุดคือ "พนักงานจะใช้ได้ไหม?"
CloudNurse ออกแบบมาให้ง่าย ใช้งานผ่านมือถือทุกรุ่น ไม่ต้องติดตั้งแอปพิเศษ จากข้อมูลของสถานดูแลที่ใช้งาน พนักงานส่วนใหญ่เรียนรู้ได้ภายใน 15 นาที และเริ่มใช้งานได้เต็มที่ภายใน 1 กะทำงาน
สรุป
การเปลี่ยนจากกระดาษมาใช้ระบบดิจิทัลไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องคุณภาพการดูแล ประสิทธิภาพการทำงาน และความสบายใจของครอบครัว สถานดูแลที่เปลี่ยนมาใช้ CloudNurse เห็นผลลัพธ์ตั้งแต่สัปดาห์แรก
CloudNurse มีให้ทดลองใช้ฟรี ไม่ต้องผูกบัตรเครดิต และทีมงานช่วยตั้งค่าให้ตั้งแต่วันแรก